กีฬา

อยู่เพื่อสานต่อความสำเร็จ คิง เจมส์ ต่อสัญญาเลเกอร์สออกไปอีกสองปี

ต้องบอกว่านี่คือข่าวดีที่ทำเอาแฟน ๆ ของแอลเอ เลเกอร์สยิ้มกันแก้มปริในช่วงเวลาก่อนที่จะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ของเอ็นบีเอเลยทีเดียว เมื่อซูเปอร์สตาร์ประจำทีมอย่าง เลบรอน เจมส์ ได้ตัดสินใจทำการขยายสัญญาของเขากับทีมออกไปอีกสองฤดูกาลด้วยกัน ทำให้แฟนเลเกอร์สได้ลุ้นสานต่อความสำเร็จกันยาวออกไปอีก ซึ่งจากเดิมเมื่อปี 2018 เขาเซ็นสัญญากับเลเกอร์สไว้ 4 ปีด้วยกันโดยพ่วงเงื่อนไขสัญญาว่าเขาสามารถย้ายออกไปจากสัญญาได้เมื่อเล่นผ่านไปได้สามปี แต่ “คิงเจมส์” ไม่เพียงแต่ไม่เลือกที่จะจากไปเขายังคงขยายสัญญาเพิ่มจากเดิมออกไปอีก 2 ฤดูกาลอีกด้วย ซึ่งมันจะทำให้เขาเล่นที่แอลเอยาวไปถึงจบฤดูกาล 2022-2023 กันเลยทีเดียว ซึ่งการขยายสัญญาครั้งนี้นอกจากบรรดาสาวกเลเกอร์สที่ยิ้มกันแก้มปริแล้ว เชื่อว่าเจ้าตัวเองก็คงจะยิ้มแก้มปริไม่แพ้กัน เพราะเขาได้รับสัญญาครั้งนี้ที่มีมูลค่าสูงถึง 85 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 2,500 ล้านบาทเลยทีเดียว ถึงแม้ว่ามูลค่าสัญญาที่ทางเลเกอร์สต้องจ่ายจะสูงลิบ แต่สำหรับพวกเขาแล้วการจ่ายเพื่อคิงเจมส์นั้นมันเป็นสิ่งที่พวกเขามองว่ามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาพึ่งจะพาทีมกลับสู่ตำแหน่งแชมป์ได้อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 10 ปี และตัวเขาก็นับว่าเป็นคนสำคัญอย่างมากที่พาทีมกลับสู่จุดนั้นโดยการันตีได้จากที่เขาคือผู้เล่นทรงคุณค่าหรือเอ็มวีพีในรอบสุดท้ายนั่นเอง และการคว้าแชมป์ครั้งนั้นมันทำให้เลเกอร์สก้าวขึ้นไปทาบสถิติมากที่สุดตลอดกาลของเซลติกที่ 17 สมัยอีกด้วย นั่นเท่ากับว่าการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลใหม่นี้มันจะเป็นการฉีกหนีและสร้างสถิติตลอดกาลของเอ็นบีเอขึ้นมาใหม่ แล้วงานใหญ่อย่างนี้จะขาดผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่อย่างเขาไปได้อย่างไร นอกจากการขยายสัญญาออกไปของเจมส์แล้ว ทางเลเกอร์สยังเตรียมทีมเพื่อป้องกันแชมป์ได้อย่างน่าสนใจ โดยการที่พวกเขาเตรียมจะขยายสัญญาให้กับแอนโธนี่ เดวิสอีกหนึ่งนักบาสคนสำคัญออกไปอีก ส่วนในรายชื่อผู้เล่นใหม่ที่ดึงเข้ามาเสริมทีมนั้น ก็มีทั้งเดนนิส ชโรเดอร์, มอลแทรซล์ ฮาร์เรล, เวสลี่ย์ แมทธิวส์ และมาร์ค กาซอล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนักบาสฝีมือดีที่น่าจะทำให้พวกเขาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ไปได้จนถึงปลายทางของฤดูกาล สำหรับแฟนเลเกอร์สแล้วนี่คือข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งในปีนี้ หลังจากการคว้าแชมป์เอ็นบีเอมาครองได้สำเร็จ ที่พอจะทำให้พวกเขาผ่อนคลายจากความเศร้าที่ต้องเสียตำนานอย่างโคบี้ไปแบบไม่มีวันกลับในช่วงต้นปี และเลบรอนก็พาทีมคว้าแชมป์เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอีกสิ่งหนึ่งที่เลบรอนกำลังจะทำก็คือ การก้าวขึ้นมารับบทตำนานคนต่อไปให้กับทีมนั่นเอง

กีฬา

ฟอร์มร้อนแรงที่หยุดไม่อยู่ของดาเนี่ยล เมดเวเดฟ กับการเริ่มต้นเก็บเกี่ยวความสำเร็จ

ถือได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับนักเทนนิสหนุ่มวัย 24 ปี ชาวรัสเซียอย่างดาเนี่ยล เมดเวเดฟ ที่ยังคงรักษาผลงานอันยอดเยี่ยมของตัวเองเอาไว้ได้ และพาตัวเองก้าวไปคว้าถ้วยรางวัลการแข่งขันเทนนิสรายการใหญ่อย่าง เอทีพี ไฟนอล ได้สำเร็จ ซึ่งการคว้าแชมป์มาครองได้ในครั้งนี้มันก็ทำให้กลายเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นครั้งแรกของเขาได้สำเร็จ ซึ่งมันเกิดขึ้นหลังจากการคว้าถ้วยใหญ่อย่างเอทีพี ทัวร์ 1000 ปารีส โอเพ่น มาได้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งนั่นเท่ากับว่าในเวลาเพียงแค่ไม่ถึงเดือน ดาเนี่ยล เมดเวเดฟ สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่มาครองได้ถึงสองรายการด้วยกัน และการคว้าแชมป์มาครองได้ในครั้งนี้ เขายังสามารถเก็บสถิติการเป็นแชมป์แบบที่สามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์เต็มอีกด้วย ในการชนะทั้งหมดของเขานั้นบนเส้นทางที่ก้าวสู่แชมป์เขาสามารถเอาชนะมาได้ทั้งโนวัค ยอโควิช และราฟาเอล นาดาล รวมไปถึงคู่แข่งในคู่ชิงอย่างโดมินิค เธียมคู่แข่งของเขาในนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนักเทนนิสระดับแนวหน้าของโลกในยุคนี้ทั้งสิ้น นอกจากฟอร์มการเล่นและสถิติส่วนตัวแล้ว การคว้าแชมป์รายการนี้ยังทำให้เขากลายเป็นนักเทนนิสคนที่สองในประวัติศาสตร์ของรัสเซียที่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะที่ผ่านมามีเพียงนิโคไล ดาวิเดนโก้ เท่านั้นที่เป็นนักเทนนิสชาวรัสเซียที่เคยได้แชมป์รายการนี้มาก่อน ซึ่งมันก็เกิดขึ้นมานานถึง 11 ปีแล้วอีกด้วย มันจึงทำให้แฟนเทนนิสรัสเซียตื่นเต้นกันอย่างมากจนถึงขนาดประธานาธิบดีปูตินยังร่วมแสดงความยินดีกับเขาเลยทีเดียว และที่สำคัญดาวีเดนโก้ยังสามารถทำสถิติไว้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น มันจึงเป็นไปได้สูงมากที่สถิติของเขาจะโดนเมดเวเดฟฉีกกระจุยในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากเรื่องสถิติและเงินรางวัลที่เขาคว้ามาได้แล้ว หากลองมองย้อนกลับไปดูเส้นทางสู่การเป็นแชมป์ของเขา จะเห็นว่าเขาปราบบรรดานักเทนนิสที่ยิ่งใหญ่มาได้แล้วทุกคน ซึ่งเมื่อมองจากอายุของเขาแล้วก็จะเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นในการไขว่คว้าความสำเร็จเท่านั้น และปัจจุบันเขายังมีอันดับโลกสูงถึงอันดับที่ 4 อีกด้วย ซึ่งหนึ่งใน 5 อันดับแรกของโลกนั้นก็ล้วนแล้วแต่เข้าสู่ช่วงปลายของอาชีพแล้วทั้งนั้น คืออันอับ 1 ยอโควิช 33 ปี อันดับ…

Continue Reading